2 ผัวเมียตายอนาถตำรวจพุ่งชน พ่อสุดแค้นเห็นยืนฉี่ไม่ช่วย ซ้ำขอไม่ให้เอาผิด (คลิป)

Loading...
Loading...

จากกรณี ร.ต.อ.ประสงค์ ธรรมรัตน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เวียงคุก รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนพนังชลประทาน (ท่าบ่อ-หนองคาย) บริเวณบ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ที่ 5 ต.เวียงคุก อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย 

ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน ทราบชื่อ นายสุรศักดิ์ อายุ 22 ปี สภาพมีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง และน.ส.อุทุมพร อายุ 20 ปี กระเด็นตกลงไปในรั้วบ้านของชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ สภาพแขนหัก มีบาดแผลตามร่างกาย

โดยที่เกิดเหตุพบรถกระบะสีขาว ทะเบียน กจ 1514 หนองคาย ด้านหน้ารถติดป้าย ตม.จังหวัดหนองคาย เสียหลักชนป้ายบอกเขตโรงเรียนจนหัก โดยใต้ท้องรถกระบะพบรถจักรยานยนต์ ทะเบียน 1 กค 1908 หนองคาย ติดอยู่สภาพพังยับเยิน

Loading...

ล่าสุดวันที่ 5 เม.ย.63 ทีมข่าว เดินทางมายังวัดแก้วบัวบาน ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นงานศพนายสุรศักดิ์ และน.ส.อุทุมพร บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เผาศพของทั้งคู่ไปตั้งแต่ช่วง 15.00 น. ของวันนี้แล้วนั้น

นายวินิจ โคธิเสน อายุ 42 ปี อาของนายสุรศักดิ์ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า เมื่อวานนี้เวลา 06.00 น. นายสุรศักดิ์ และน.ส.อุทุมพร ได้ขับรถจักรยานยนต์ เพื่อไปทำงานส่งสินค้าในตัวเมือง จ.หนองคาย กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุบริเวณถนนพนังชลประทาน (ท่าบ่อ-หนองคาย) บริเวณบ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ที่ 5 ต.เวียงคุก อ.หนองคาย จ.หนองคาย มีรถกระบะคันก่อเหตุ ซึ่งคนขับทราบชื่อ ร.ต.ต.เมธาพล สังกัด ตม.จว.หนองคาย ได้ขับรถกระบะสีขาว ทะเบียน กจ 1514 หนองคาย มุ่งหน้าเข้า อ.ท่าบ่อ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะคันดังกล่าว เสียหลักข้ามเลนมาชนรถของนายสุรศักดิ์ จนร่างของ น.ส.อุทุมพร กระเด็นข้ามฝั่งลอยเข้าไปในบ้านของชาวบ้านข้างทาง ส่วนร่างของนายสุรศักดิ์ ถูกรถกระบะลากลอยติดหน้ารถกระบะของผู้ก่อเหตุ ไปชนกับป้ายที่อยู่ข้างทาง และตกลงพื้น

Loading...

ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุ คนขับรถกระบะได้เดินลงมาจากรถกระบะ แบบไม่สนใจศพของผู้เสียชีวิตแม้แต่น้อย จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ยังเดินวนเวียนอยู่กับรถกระบะ และยืนฉี่ข้างเสาไฟฟ้าอย่างหน้าตาเฉย จากนั้นก็หายไปจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าคนขับรถกระบะตั้งใจหลบหนี หรือตั้งใจลงจากรถเพื่อตั้งสติ

นายวินิจ กล่าวต่อว่า วันนี้คนขับรถกระบะได้เดินทางมาเผาศพผู้เสียชีวิตทั้งสองคน พร้อมกับภรรยา โดยมีสีหน้านิ่งเฉย ไม่ค่อยพูดคุย และไม่ยอมบอกกับครอบครัวของตนว่า สาเหตุที่ขับรถชนหลานชายตนนั้น มาจากสาเหตุอะไร รวมทั้งหลังเกิดเหตุตั้งใจหนี หรือตั้งใจไปตั้งสติก่อนหรือไม่ ก็ไม่ยอมบอก

ทั้งนี้คนขับรถกระบะได้พูดขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอ้างว่าจะเยียวยาครอบครัวตนเอง แต่ขอให้ครอบครัวของตนไม่เอาเรื่อง เพราะว่าถ้าเขาไม่ผิด ชีวิตการทำงานของเขาจะดีเหมือนเดิม ถ้าครอบครัวของตนเอาเรื่องเขา หน้าที่การงานของเขาก็จะเสียหาย

อย่างไรก็ตาม นายวินิจ กล่าวต่ออีกว่า ตนสงสารแต่ลูกชายวัย 1 ขวบของผู้เสียชีวิต เพราะเด็กต้องสูญเสียพ่อและแม่ไปพร้อมกัน ซึ่งตนก็อยากให้ผู้ก่อเหตุช่วยรับผิดชอบตรงนี้ด้วย หากไม่เยียวยาหลานชายตน พวกตนก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ขณะที่กล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ จับภาพวินาทีที่คนขับคนกระบะขับมาด้วยความเร็ว ก่อนที่จะข้ามเลนมาชนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต จากนั้นรถกระบะได้ลากรถจักรยานยนต์พร้อมกับร่างของนายสุรศักดิ์ มาชนป้ายข้างทาง จนหัก หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็ได้เดินลงมาจากรถ ทำท่าทางเดินวนไปวนมาคล้ายกับมึนงง และเข้าไปในรถกระบะอีกรอบ ก่อนที่จะลงรถกระบะคันดังกล่าวมาอีกครั้ง

ต่อมาภาพจากคลิปที่ 2 เริ่มมีชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุออกมาดูเหตุการณ์ ขณะที่ผู้ก่อเหตุก็ยังยืนมึนงงอยู่ข้างรถกระบะของตัวเอง

ต่อมาคลิปที่ 3 ผู้ก่อเหตุได้เดินออกมาจากรถกระบะคันเดิม แล้วเดินออกมาฉี่อย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านไปหลายนาทีแล้ว ก็ยังไม่ไปดูอาการของนายสุรศักดิ์ และน.ส.อุทุมพร แต่อย่างใด

ด้านนายรังสรรค์ ดอนมืด พ่อของน.ส.อุทุมพร ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า ตนก็ยังรู้สึกแค้นผู้ก่อเหตุ และสิ่งที่ตนฝังใจไปกว่านั้นก็คือ หลังจากที่ชายคนดังกล่าวขับรถชนลูกสาวตนแล้ว แต่ขณะนั้นลูกสาวตนยังมีลมหายใจ ซึ่งยังไม่เสียชีวิต แต่คนขับรถกระบะกลับเดินลงมาจากรถและยืนฉี่อย่างหน้าตาเฉย ไม่เดินไปดูดำดูดีลูกสาวของตน รวมถึงแฟนหนุ่มของลูกสาวแม้แต่น้อย ถ้าวันนั้นชายคนดังกล่าวยอมเดินมาดูอาการลูกสาวของตน แล้วโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ลูกสาวของตนก็อาจมีชีวิตรอด

วันนี้วันเผาศพ ตนได้พูดคุยกับผู้ก่อเหตุ ถึงเรื่องการเยียวยารับผิดชอบ แต่ทางผู้ก่อเหตุบ่ายเบี่ยง อ้างว่าจะขอพูดคุยหลังจบงานเผาศพ และเขาก็ได้นัดจะพูดคุยกับครอบครัวของตนอีกครั้งในวันที่ 11 เม.ย.63

สำหรับน.ส.อุทุมพร ลูกสาวของตนก็เป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัว เพราะเขาทำงานส่งเงินให้ครอบครัว และช่วยแบ่งเบาภาระให้ตน ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นหากไม่รับผิดชอบ ครอบครัวของตนก็ขอยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี โทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลกับผู้ก่อเหตุ สังกัด ตม.จว.หนองคาย ซึ่งทางด้านผู้ก่อเหตุ ได้ให้ภรรยาเป็นคนพูดคุยกับทีมข่าว และปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลทุกอย่าง พูดสั้น ๆ เพียงว่าจะมีการเจรจาค่าเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ในวันที่ 11 เม.ย.63 

โดยภรรยาผู้ก่อเหตุ อ้างว่า สำหรับสาเหตุที่สามีของตนขับรถชนคนเสียชีวิตนั้น ตนไม่ขอตอบว่าสามีของตนมีอาการเมาหรือไม่ และสำหรับปมที่ว่าหลังเกิดเหตุ เหตุใดสามีของตนยังคงยืนฉี่อย่างหน้าตาเฉย ไม่รีบไปดูอาการผู้เสียชีวิต ซึ่งภรรยาของผู้ก่อเหตุ ก็ขอปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *